VS Code ออกเวอร์ชัน 1.38 ปรับปรุง diff editor เรียกคืนโค้ดก่อน commit ง่ายขึ้น, เพิ่มลิงก์ MDN บน HTML IntelliSense

2019-09-30

เมื่อประมาณต้นเดือนกันยายนไมโครซอฟท์ได้ออกอัพเดตเวอร์ชัน 1.38 ให้กับ Visual Studio Code มาพร้อมกับการปรับปรุงหลายในหลายๆ ส่วน

ความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจอย่างแรกคือการปรับปรุง diff editor ที่มีไว้ให้ใช้เทียบความเปลี่ยนแปลงระหว่างโค้ดปัจจุบันที่กำลังรอการ commit เข้าระบบจัดการซอร์สโค้ด
กับโค้ดเวอร์ชันก่อนหน้า โดยได้เพิ่มเมนูที่จะช่วยให้การย้อนไปกลับไปใช้โค้ดที่ถูกลบออกทำได้ง่ายกว่าเดิม

เพียงแค่สลับไปใช้งาน diff editor แบบ inline (ผ่านการตั้งค่าหรือเมนู … ทางมุมขวาบน > Toggle inline view) จากนั้นชี้เมาส์ไว้บนส่วนของโค้ดที่เคยตัดสินใจลบออก แล้วคลิกที่ไอคอนหลอดไฟด้านหน้าเพื่อเลือก ก็อปปี้โค้ดบริเวณ/บรรทัดที่ต้องการ หรือย้อนคืนการแก้ไข (revert) โค้ดเฉพาะส่วน

No Description

อย่างที่สองเป็นการปรับปรุงฟีเจอร์ IntelliSense เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับการพัฒนาเว็บ ขณะเขียนโค้ดด้วยภาษา HTML หรือ CSS ด้วยการช่วยแสดงลิงก์เอกสารอ้างอิงบน MDN ทำให้นักพัฒนาสามารถคลิกเข้าไปศึกษาโค้ดได้จาก VS Code โดยตรง

No Description

ส่วนการปรับปรุงอื่่นๆ ที่ไมโครซอฟท์ยกให้เป็นไฮไลท์ของอัพเดตครั้งนี้มีดังนี้ (หรือเข้าไปชมวิดีโอได้ที่นี่ครับ)

  • ขยายการใช้งานตัวเลือก Preserve Case ไปยังช่องค้นหาคำแบบข้ามไฟล์หรือที่เรียกว่า Search and Replace
  • ปรับปรุงหน้า Settings แบบ GUI ให้ช่วยแจ้ง error เมื่อกรอกตั้งค่าในรูปแบบ array ที่ผิดไปจากค่าที่ VS Code อนุญาต
  • เพิ่มการตั้งค่า editor.cursorSurroundingLines ช่วยให้สามารถปรับแต่งจำนวนบรรทัดที่ต้องการให้ VS Code ช่วยแสดงผลเพิ่มเติม เมื่อเลื่อนเคอร์เซอร์ไปยังบนสุดหรือท้ายสุดของหน้า editor

No Description

  • ปรับปรุงให้สามารถใช้ค่าติดลบกับคำสั่ง Go to Line เพื่อสั่งให้ VS Code ช่วยพาไปบรรทัดของโค้ดที่ต้องการโดยนับจากโค้ดบรรทัดล่างสุด (ตัวอย่างเช่นใช้ค่า -1 เพื่อไปยังบรรทัดสุดท้ายของโค้ด)
  • ปรับปรุง Quick Fix ให้ช่วยเติม await เมื่อเขียนโค้ด asynchronous
  • เพิ่มฟีเจอร์ Data Breakpoints ให้ตัวดีบักช่วย break หรือหยุดโปรแกรม เมื่อค่าของตัวแปรที่ติดตามถูกเปลี่ยนไปจากค่าเดิม (หมายเหตุ: ยังคงต้องรอให้ส่วนขยายสำหรับตัวดีบักแต่ละภาษาอัพเดตตาม)
  • ปรับปรุงส่วนขยาย Remote Development ให้รองรับ Alpine Linux

ที่มา – Visual Studio Code