ย้อนรอยคนลองของ ผู้ผลิตแอนดรอยด์นอกจีนที่ไม่มี Google Play

2019-09-20

จากการเปิดตัว Huawei Mate 30 Series ที่ใช้ Google Mobile Services (GMS) ไม่ได้แล้วเปลี่ยนมาใช้ Huawei Mobile Service (HMS) ที่ Huawei เป็นผู้พัฒนาด้วยตัวเองนั้น เป็นความพยายามสร้าง Services ขึ้นมาใช้ด้วยตัวเองเหมือนกับที่บริษัทดัง ๆ เคยพยายามทำแอนดรอยด์ในเวอร์ชั่นของตัวเองมาก่อน วันนี้เราจะมาย้อนรอยกันว่ามีบริษัทไหนบ้างที่พยายามทำแอนดรอยด์เวอร์ชั่นของตัวเองมาก่อน แล้วปัจจุบันนี้ยังอยู่หรือเปล่า?

No Description

Nokia X Platform
บริษัทดังในอดีตอย่าง Nokia ก็เคยสร้าง Android Fork ในเวอร์ชั่นของตัวเองเช่นกัน โดยนำพื้นฐาน AOSP จาก Android 4.1.2 “Jelly Bean” มาพัฒนาด้วยตัวเองในชื่อ Nokia X Platform และมี Nokia Store เอาไว้โหลดแอพมาติดตั้งไว้ในเครื่อง ซึ่งหลัก ๆ จะเป็นแอพที่ทาง Nokia สร้างเองได้แก่ HERE Maps, Nokia Xpress and MixRadio เป็นต้น ก่อนที่เวอร์ชั่น 2.1 จะเปิดให้ติดตั้ง Play Store และใช้ Google Mobile Services ได้

No Description

ทว่าก็เกิดปัญหาเรื่องการติดตั้ง Google Play Store จนเครื่องใช้งานไม่ได้อยู่บ่อย ๆ รวมทั้งการออกแบบที่มีเพียงปุ่ม Back เพียงปุ่มเดียวและบั๊กที่มีอยู่มากจนใช้งานไม่ราบลื่นอีกด้วยจนหลาย ๆ คนถึงกับล้างเครื่องแล้วย้ายมาลง Android ทีเดียว

สำหรับ X Platform นั้นที่ออกมาวางจำหน่ายมีเพียง Nokia X, Nokia X+, Nokia XL ที่วางขายก่อนเมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2014 ก่อนจะมี Nokia X2 ที่มี AOSP เวอร์ชั่น 4.3 ติดตั้งมามาวางขายต่อใน 24 มิถุนายน 2014 กับ Nokia XL 4G ที่วางจำหน่ายในจีนในเดือนกรกฎาคม 2014 แล้วหยุดทำตลาดต่อจากนั้นในอีกไม่นาน โดยยอดจำหน่ายรวมอยู่ราว 16 ล้านเครื่องด้วยกันในปี 2014

BlackBerry 10 (QNX)
ค่ายในตำนานอย่าง BlackBerry ก็เป็นอีกคนที่เข้ามาร่วมวง AOSP ด้วยเช่นกัน โดยระบบปฏิบัติการนั้นเป็น BlackBerry 10 ที่มีพื้นฐานจาก QNX แล้วเอา Android runtime เวอร์ชั่น 4.3 มาติดตั้งเพิ่มเข้าไปและยังรองรับ Adobe AIR runtime อีกด้วย แต่การโหลดแอพนั้นต้องรออัปเดทถึงเวอร์ชั่น 10.3 ที่ร่วมมือกับ Amazon ถึงจะมี Amazon Appstore ติดตั้งมาในเครื่อง

No Description

สำหรับอุปกรณ์ที่ติดตั้ง BlackBerry 10 มานั้นจะเป็น BlackBerry ที่วางจำหน่ายตั้งแต่ปี 2013-2015 ซึ่งจะมีโมเดล BlackBerry Q5, Z10, Q10, BlackBerry Porsche Design P’9982, Z30, Z3, BlackBerry Porsche Design P’9983, Passport, Classic, Leap แล้วรุ่นหลังจากนั้นจึงยอมถอด BlackBerry 10 ออกไปแล้วหันมาใช้ระบบแอนดรอยด์เหมือนสมาร์ทโฟนรุ่นอื่น ๆ ซึ่ง HarmonyOS นั้นก็กำลังเดินรอยตาม BlackBerry 10 ด้วยการนั่งทำเคอร์เนลแบบไมโครเคอร์เนลด้วยตัวเองอยู่

ยอดขายของ BlackBerry 10 นั้นทำได้เพียง 6.8 ล้านเครื่องเท่านั้นขณะที่บริษัทนั้นกลับต้องขาดทุนกว่า 84 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งของบริษัททีเดียว

Fire OS
Fire OS เป็นระบบปฏิบัติการที่เป็น Android Fork ที่ใช้พื้นฐาน AOSP จาก Android 4.2 “Jelly Bean” แต่เปลี่ยนเป็นระบบของ Amazon เอง ได้แก่ Amazon Appstore, Amazon Video, Amazon Music, Amazon’s Silk browser และ Audible Audiobooks แทน

อย่างไรก็ตามสมาร์ทโฟนที่ติดตั้ง Fire OS มามีเพียงรุ่นเดียวคือ Amazon Fire Phone และวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักรและเยอรมนีช่วงปี 2014-2015 เป็นช่วงเดียวกับแอนดรอยด์ 4.4 “KitKat” ถึงแอนดรอยด์ 6.0 “Mashmellow” เท่านั้นก่อนจะหยุดทำตลาดสมาร์ทโฟนไป

No Description

แต่ Fire OS ยังได้ไปต่อโดยนำไปติดตั้งใน Kindle Fire, Kindle HDX และ Amazon Fire TV อยู่ นับว่าเป็นระบบปฏิบัติการ Android Fork ที่อยู่รอดในตลาดอื่นที่ไม่ใช่สมาร์ทโฟน

จากทั้งหมดจะเห็นได้ว่า แม้แอนดรอยด์จะเป็นโอเพนซอร์สแต่กูเกิลก็ยังคงสำคัญอย่างมากต่อแพลตฟอร์ม การที่หัวเว่ยจะพยายามอีกครั้งที่จะสร้าง ecosystem ใหม่ นับเป็นความพยายามที่ท้าทายอย่างยิ่ง และเราคงต้องดูว่าหัวเว่ยจะทำได้หรือไม่