เบื้องหลังปัญหาของเกม Anthem ที่กลายเป็นผลงานแย่ที่สุดของ BioWare

2019-04-05

Anthem ถือเป็นเกมใหม่ของ BioWare ในรอบ 2 ปี และเป็นเกมที่บริษัทคาดหวังว่าจะกู้ชื่อกลับมาจาก Mass Effect: Andromeda ที่ประสบปัญหามากมาย แต่กลับกลายเป็นว่า Anthem ประสบปัญหาหนักกว่าเดิมมาก ได้คะแนนรีวิวเฉลี่ยบน Metacritic เพียง 55/100 เท่านั้น (Mass Effect: Andromeda ที่ว่าแย่ยังได้คะแนน 71/100)

เว็บไซต์ Kotaku มีบทความเบื้องหลังการพัฒนา Anthem ว่าประสบปัญหาอะไรระหว่างทางบ้าง โดยสัมภาษณ์พนักงานหรือผู้เกี่ยวข้องกับการพัฒนา Anthem จำนวน 19 คน

No Description

ตัวเกม Anthem เดิมมีโค้ดเนมว่า “Dylan” เพราะทีมงานต้องการสร้างเกมที่จารึกเป็นประวัติศาสตร์ แบบเดียวกับ Bob Dylan แห่งวงการดนตรี กระบวนการพัฒนาเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2012

แต่เนื่องจากเป็นเกมแนวคิดใหม่ที่คอนเซปต์ไม่เคยนิ่ง บวกกับปัญหาภายในอื่นๆ ของ BioWare เอง ทำให้กว่าเกมจะได้เริ่มพัฒนาจริงๆ จังๆ ก็คือช่วงครึ่งหลังของปี 2017 แล้ว เท่ากับว่าเกมใช้เวลาพัฒนาเพียง 1 ปีกว่าเท่านั้น ผลจึงออกมาว่าเกมไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร และขาดฟีเจอร์หลายอย่างที่เคยโฆษณาเอาไว้

BioWare โชว์เทรลเลอร์เกมครั้งแรกในงาน E3 2017 และเรียกเสียงฮือฮาอย่างมาก เพราะเป็นเกมแนวคิดใหม่ที่ผู้เล่นสามารถ “บิน” ได้อย่างอิสระ แต่เมื่อเกมวางขายในเดือนกุมภาพันธ์ 2019 กลับขาดฟีเจอร์หลายอย่างที่โฆษณาไว้ การผจญภัยในโลกกว้างแบบเสรี กลายเป็นการเลือกภารกิจตามเมนู ฯลฯ

เหตุผลที่ Kotaku เปิดเผยก็เป็นเพราะเทรลเลอร์เวอร์ชันปี 2017 นั้นไม่ใช่ตัวเกมจริงๆ แต่เป็นเกม “ปลอม” ที่สร้างขึ้นเพื่อนำเสนอในงาน E3 นั่นเอง

การทำเทรลเลอร์ปลอมๆ ไม่ใช่เรื่องผิดปกติในวงการเกม แต่กรณีของ Anthem นั้น เป็นเพราะแนวคิดของเกมก็ไม่นิ่งสักทีว่าตกลงแล้วเกมจะทำอะไรได้บ้าง เมื่อปล่อยเทรลเลอร์ออกไปแล้ว ทีมงานก็งงกันต่อไปว่าตกลงแล้วจะตัดสินใจเรื่องแนวทางของเกมกันอย่างไร จนสุดท้ายมีการเปลี่ยนแปลงอีกหลายครั้ง เกมตัวจริงจึงต่างไปจากเทรลเลอร์มาก

ปัญหาของ Anthem อาจพอแยกได้ดังนี้

  • ขาดผู้นำทีม จุดเริ่มต้นของ Anthem เกิดจาก Casey Hudson ผู้กำกับเกมซีรีส์ Mass Effect ที่ฟอร์มทีมสร้างเกมใหม่ในปี 2012 แล้วลาออกไปในปี 2014 ทำให้ทีมขาดทิศทาง ขาดคนฟันธงว่าจะไปทางไหน (เขากลับเข้ามาทำงานอีกครั้งในปี 2017)
  • Anthem เป็นเกมแนวใหม่ ที่ทาง BioWare ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าควรหน้าตาเป็นอย่างไร เช่น ทีมงานทดสอบระบบการบินอยู่หลายครั้ง และหาจุดที่ลงตัวไม่ได้ จนเกือบไม่มีระบบการบินในเกมแล้ว ทำให้สูญเสียเวลาพัฒนาไปมาก
  • วัฒนธรรมภายในของ BioWare เองที่ไม่ค่อยเป็นระเบียบ และมีความเชื่อกันว่าการเร่งทำเกมในช่วงท้ายๆ จะช่วยให้เกมออกมาดีได้อย่างแน่นอน (“BioWare magic”) ซึ่งเคยสำเร็จมาแล้วกับซีรีส์ Mass Effect และ Dragon Age แต่รอบนี้กลับไม่เวิร์คแล้ว
  • BioWare มีสำนักงาน 2 แห่งหลักคือ Edmonton ที่แคนาดา (ทีมดั้งเดิมที่ทำ Mass Effect กับ Dragon Age) และ Austin (ทำเกม Star Wars: The Old Republic) รอบนี้ใช้ทั้งสองทีมช่วยกันทำ จนเกิดการเมืองระหว่างสองทีม เพราะทีมแรกมีอำนาจภายในมากกว่า จึงไม่ฟังข้อทักท้วงของทีม Austin ที่มีประสบการณ์ทำเกมออนไลน์มาเยอะกว่า (Anthem เน้นเล่นออนไลน์ ต่างไปจากเกมอื่นๆ ของ BioWare ที่เล่นคนเดียว)
  • ถูก EA บังคับใช้เอนจิน Frostbite ซึ่งขาดฟีเจอร์หลายอย่างสำหรับเกมแนว Anthem จึงต้องใช้เวลาพัฒนาฟีเจอร์เอง และเมื่อเจอบั๊กของ Frostbite ก็ไม่ได้รับความสนใจจากทีม Frostbite มากนัก เพราะสตูดิโออื่นๆ ของ EA มีความสำคัญมากกว่า

เกร็ดเล็กๆ อีกอย่างของเกม Anthem คือตอนแรกตั้งใจใช้ชื่อเกมว่า Beyond ตามแนวคิดว่าผู้เล่นต้องออกไปผจญภัยนอกกำแพงป้อม (beyond the walls) ถึงขนาดว่าสั่งทำเสื้อยืดลาย Beyond เตรียมไว้แล้ว แต่ก่อนการเปิดตัวที่งาน E3 2017 เพียงไม่กี่วัน ฝ่ายกฎหมายของ EA ไม่สามารถจดเครื่องหมายการค้าคำว่า Beyond ได้ ทำให้ BioWare ต้องตัดสินใจนำ Anthem ซึ่งเป็นชื่อสำรองมาใช้แทน โดยไม่มีความหมายชัดเจนว่าเกี่ยวกับเกมอย่างไร

ปัญหาระหว่างการพัฒนาเกม Anthem ทำให้มือดีของ BioWare ลาออกไปกันมากมาย (รวมถึง Aaryn Flynn ผู้จัดการใหญ่ของ BioWare ที่ลาออกไปในช่วงไล่เลี่ยกัน) การเร่งงานในช่วงท้าย การต้องทำงานล่วงเวลาและทำในวันหยุด ส่งผลให้ทีมงานเครียดจนบางคนถึงกับต้องลาหยุดพัก (stress leave) เลยทีเดียว

ส่วนผู้ที่กอบกู้ให้เกม Anthem เสร็จตามกำหนดได้คือ Mark Darrah โปรดิวเซอร์จากทีม Dragon Age ที่เพิ่งถูกดึงเข้ามาในช่วงครึ่งหลังของปี 2017 ส่งผลให้เขามีชื่อขึ้นเป็นคนแรกในเครดิตท้ายเกม แต่การที่ทีมงานมีเวลาพัฒนาตัวเกมจริงๆ น้อยเกินไป เกมจึงไม่สมบูรณ์อย่างที่หวังไว้ และกลายเป็นตราบาปของ BioWare ไปเลย

ที่มา – Kotaku

Topics: