ธปท. ยืนยันธนาคารต้องสื่อสารกับลูกค้าเมื่อระบบมีปัญหา, การเปิดเผยข้อมูลยกระดับได้มากขึ้นตามความเหมาะสม

2019-02-12

หลังจากที่ผมได้เขียนบทบรรณาธิการถึงธนาคารแห่งประเทศไทยถึงเรื่องการกำกับดูแลธนาคารที่มีปัญหา ก็ได้มีโอกาสไปพูดคุยกับคุณสิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน ที่รับผิดชอบการกำกับดูแลบริการเหล่านี้โดยตรง โดยตอบรับว่าการกำกับดูแลการแจ้งเตือนประชาชน ต้องเพิ่มความเข้มงวดต่อไป

สำหรับการเปิดเผยข้อมูลเสถียรภาพของระบบไอทีธนาคาร ทางธปท. จะเห็นด้วยว่ามีความสำคัญและกำลังออกแบบการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะมากขึ้น แต่ก็อาจต้องพิจารณารูปแบบการนำเสนอที่เหมาะสมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งลูกค้าและผู้ใช้ข้อมูล ซึ่งอาจมีการออกแบบการเปิดเผยข้อมูลที่ตรงกับกลุ่มผู้ใช้ต่อไป

ในแง่ของการรายงานปัญหาต่อผู้ใช้เมื่อระบบมีปัญหา ถ้าเป็นปัญหารายธนาคารเอง ธนาคารจะมีกระบวนการในการแก้ไขปัญหากับลูกค้า ซึ่งธนาคารต้องสื่อสารตรงออกมาอย่างรวดเร็ว และหากมีปัญหาเป็นวงกว้างกว่าธนาคารใดธนาคารหนึ่งหรือกระทบระบบ สมาคมธนาคารและธปท. จะสื่อสารในวงที่กว้างขึ้น เพื่อให้ข้อมูลและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เมื่อครั้งพร้อมเพย์ล่มปลายปี 2560 แล้วใช้เวลาหลายชั่วโมงถึงจะประกาศต่อประชาชนนั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนได้เรียนรู้และปรับกระบวนการทำงาน เพื่อแก้ไขแล้ว แต่ยังคงต้องมีการปรับปรุง ทั้งเรื่องยกระดับมาตรฐานและการสื่อสารกับลูกค้า ซึ่งในปีนี้ ธปท. มีแผนผลักดันเรื่องนี้

ข้อมูลหนึ่งที่คุณสิริธิดาระบุเพิ่มเติม คือ ปัจจุบันมีเครื่องมือที่ช่วยตรวจสอบการชำระเงินที่บางครั้งระบบเกิดหน่วง ทำให้มีการตัดเงินจากบัญชีต้นทาง แต่ปลายทางยังไม่ได้รับ จึงได้มีการพัฒนา QR Code ที่ช่วยตรวจสอบ โดยเมื่อลูกค้าชำระเงินที่ร้านค้าด้วย QRCode แล้ว ในสลิปการชำระเงินของลูกค้าใน mobile application จะมี QR Code ที่ร้านค้าสามารถใช้แสกนดูได้ว่า มีการตัดเงินในบัญชีลูกค้าส่งไปที่ร้านค้าผู้รับจริง ซึ่งจะเป็นหลักฐานการทำรายการให้ผู้รับมั่นใจได้ว่าจะได้รับเงิน

No Description

คุณสิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน

Topics: