แพทย์สหรัฐฯ เผยคนนิยมทำศัลยกรรมใบหน้ามากขึ้น เพราะอยากดูดีเหมือนรูปใน Snapchat

2018-08-04

แพทย์ผิวหนังจาก Boston University School of Medicine ได้เผยแพร่บทความทางการแพทย์ผ่านทาง JAMA Facial Plastic Surgery กล่าวถึงอาการอย่างหนึ่งที่เรียกกันสั้นๆ ว่า “Snapchat dysmorphia” ซึ่งหมายถึงปรากฏการณ์ที่การใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจผู้ใช้งานจนก่อให้เกิดความรู้สึกไม่พอใจในรูปร่างหน้าตาของตนเอง

สาเหตุที่เรียกชื่อว่า “Snapchat dysmorphia” นั้นก็เพราะว่า Snapchat เป็นหนึ่งในสื่อสังคมออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมากในสังคมสหรัฐฯ ผู้ใช้สามารถส่งต่อภาพหน้าตาที่ผ่านการปรับแต่งด้วยฟิลเตอร์ต่างๆ ที่ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกว่าตนเองดูดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม สำหรับบางคนแล้วการที่ได้เห็นรูปภาพของตนเองในแอพที่ดูดีมีเสน่ห์ กลับส่งผลให้พวกเขารู้สึกไม่พอใจกับรูปร่างหน้าตาที่แท้จริงของตนเอง หลายคนถึงขนาดตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมพลาสติกเพื่อหวังจะให้ตนเองมีรูปโฉมที่ดีขึ้นตามอย่างภาพที่ปรากฏในแอพเหล่านั้น

สิ่งที่เกิดขึ้นดังที่ว่ามานี้อาจเป็นตัวกระตุ้นหรือส่งผลต่อสภาพทางจิตจนนำไปสู่ความผิดปกติทางจิตจริงๆ อย่างหนึ่งที่เรียกว่า “โรคคิดว่าตนเองมีรูปร่างหรืออวัยวะผิดปกติ” (ชื่อเรียกของความผิดปกตินี้ในภาษาอังกฤษคือ “body dysmorphic disorder (BDD)”)

เนื้อหาในบทความระบุว่า ในอดีตผู้ที่ต้องการทำศัลยกรรมใบหน้าโดยมากนั้นมักจะปรึกษาแพทย์โดยมีเป้าหมายในการปรับเปลี่ยนองค์ประกอบบางอย่างบนใบหน้าเพื่อให้เหมือนกับดาราหรือคนดัง แต่ในระยะหลังเริ่มมีผู้เข้ารับการผ่าตัดอีกกลุ่มเพิ่มมากกขึ้น กลุ่มที่ว่านี้ไม่ต้องการปรับเปลี่ยนอวัยวะหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของใบหน้าตนเองให้เหมือนดาราหรือคนดังคนใด หากแต่ต้องการจะผ่าตัดปรับเปลี่ยนใบหน้าของตนเองให้ใกล้เคียงใบหน้าของตนเองที่ผ่าน “การปรับแต่งด้วยฟิลเตอร์” แล้ว ซึ่งอย่างหลังนี้หลายครั้งก็เป็นเรื่องที่ทำได้ยากหรือทำไม่ได้จริงในระดับปฏิบัติ

สิ่งที่น่าสนใจคือมีงานวิจัยทางการแพทย์ที่เคยศึกษากันมาก่อนหน้าเกี่ยวกับผลกระทบจากการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์กับสถิติการผ่าตัดศัลยกรรมใบหน้า พบว่าผลจากความนิยมของการถ่ายรูป selfie นั้นทำให้มีหลายคนเข้ารับการผ่าตัดใบหน้าเพื่อหวังว่าจะถ่ายรูป selfie แล้วออกมาดูดียิ่งขึ้น

ทิ้งท้ายว่าสังคมออนไลน์ทำให้โลกของเราดูเล็กลงและผู้คนรู้สึกใกล้ชิดกันมากกว่าในอดีต แต่ในบางมุมของโลกสังคมออนไลน์นี้เช่นกัน ก็เต็มไปด้วยการปรุงแต่งและสิ่งเร้าจนอาจทำให้หลายคนรู้สึกขาดแคลน และรู้สึกด้อยค่าในชีวิตจริง โปรดใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังและหวังว่าทุกคนจะรู้จักหาความสุขจากโลกสังคมออนไลน์กันได้แบบพอดีๆ

ที่มา – TIME

No Descriptionภาพจาก Wikimedia

Topics: