ให้เห็นกันแค่นี้พอ Instagram ทำฟีเจอร์ Close Friends แชร์ Stories และให้เห็นเฉพาะคนที่เราเลือก

ใครเคยโป๊ะแตกเพราะ Stories ใน Instagram บ้าง เช่น พ่อแม่ไปเจอ Stories ของเพื่อนลูกที่กำลังแฮงค์เอาท์กัน หรือบางครั้งผู้ใช้งานก็อยากโพสต์ Stories แต่ก็ไม่ได้อยากแชร์ให้ทุกคนเห็นขนาดนั้น ล่าสุด Instagram ทำฟีเจอร์ Close Friends แชร์ Stories และให้เห็นเฉพาะเพื่อนสนิทที่เราเลือกเท่านั้น

วิธีการคือ เข้าไปที่หน้าดปรไฟล์ กดที่เมนูที่มีสามขีดด้านขวาบน เลือกเมนู Close Friends กดเลือกเพื่อนเก็บเข้ามาในลิสต์ เมื่อโพสต์ Stories ผู้ใช้จะเห็นทางเลือกว่าแชร์ให้ทุกคนเห็น หรือแชร์ให้ Close Friends เห็น ถือเป็นฟีเจอร์ที่เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้ผู้ใช้มากขึ้น

ฟีเจอร์ Close Friends เปิดให้ใช้งานแล้วทั้ง iOS และแอนดรอยด์

No Description

ที่มา – Instagram

Topics: 

Amazon Echo จะเล่นเพลงจาก Apple Music ได้แล้ว เริ่มเดือนหน้า

Apple Music ถือเป็นหนึ่งในบริการเพียงไม่กี่อย่างของ Apple ที่เปิดให้ใช้บนอุปกรณ์อื่นนอกจากอุปกรณ์ Apple เอง และวันนี้ Amazon ก็ประกาศว่า ลำโพงอัจฉริยะ Echo กำลังจะสตรีมมิ่ง Apple Music ได้แล้ว

Amazon ระบุว่า ในอีก 3 สัปดาห์ข้างหน้า (สัปดาห์ของวันที่ 17 ธันวาคม แต่ Amazon ยังไม่ระบุชัดว่าจะเป็นวันไหน) Apple Music จะเปิดให้บริการบน Echo โดยผู้ใช้สามารถสั่ง Alexa ให้เล่นเพลงบนคลังเพลงของ Apple Music ได้ตามต้องการ และรวมถึงสถานีวิทยุ Beats 1 ของ Apple ด้วย

สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการใช้ Apple Music บน Alexa จะต้องเปิดใช้งาน Apple Music skill บนแอพ Alexa และเชื่อมต่อเข้ากับ Apple ID ก่อนจึงสามารถเล่นเพลงได้

ที่มา – Amazon

No Description
ภาพจาก Amazon

โรงแรมเครือ Starwood ถูกแฮกตั้งแต่ปี 2014 ข้อมูลผู้พัก 327 ล้านคนรั่วไหล

Marriott International ประกาศว่าโรงแรมเครือ Starwood ถูกเข้าถึงฐานข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาตตั้งแต่ปี 2014 โดยพบการบุกรุกฐานข้อมูลในวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา หลังจากนั้นเมื่อสอบสวน จึงพบว่ามีการเข้าถึงฐานข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาตเช่นนี้มาตั้งแต่ปี 2014 จนถึงวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา

ข้อมูลทั้งหมด 500 ล้านชุดยังไม่ยืนยันว่ามีข้อมูลซ้ำกันจำนวนเท่าใด แต่ในกลุ่มที่ร้ายแรงที่สุด 327 ล้านราย ข้อมูลที่หลุดออกไปได้แก่ ชื่อ, ที่อยู่, หมายเลขโทรศัพท์, อีเมล, หมายเลขหนังสือเดินทาง, ข้อมูลสมาชิก Starwood Preferred Guest (SPG), วันเกิด, วันที่เข้าพัก, วันที่จองห้อง, ช่องทางติดต่อ นอกจากนี้ข้อมูลบางส่วนยังมีหมายเลขบัตรเครดิตและวันหมดอายุบัตรเครดิต แต่ตัวเลขบัตรเครดิตนั้นเข้ารหัสไว้แล้ว อีกสองชั้น อย่างไรก็ตาม ทาง Marriott ยังไม่ยืนยันว่าแฮกเกอร์ถอดรหัสเลขบัตรได้หรือไม่

ส่วนข้อมูลที่เหลือมีเพียงชื่อ, บางส่วนมีอีเมล, หรือข้อมูลอื่น

ทาง Marriott กำลังแจ้งลูกค้าทางอีเมลรายคน, เปิดคอลเซ็นเตอร์สอบถามปัญหา, และเปิดให้บริการ WebWatcher ตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลว่าหลุดออกสู่เว็บหรือไม่เป็นเวลาหนึ่งปี

เรียงลำดับเรื่องราวดังนี้

  • ปี 2014 แฮกเกอร์เข้าถึงฐานข้อมูล Starwood ได้
  • 8 กันยายน 2018 เจ้าหน้าที่พบการบุกรุก
  • 10 กันยายน 2018 หยุดการบุกรุกได้
  • 19 พฤศจิกายน 2018 ผู้สอบสวนยืนยันว่ามีการบุกรุกจริง ย้อนไปได้ถึงปี 2014
  • 30 พฤศจิกายน 2018 ทาง Starwood/Marriott แจ้งลูกค้า

โรงแรมเครือ Starwood มีถึง 1 แบรนด์ ได้แก่ Westin, Sheraton, The Luxury Collection, Four Points by Sheraton, W Hotels, St. Regis, Le Méridien, Aloft, Element, Tribute Portfolio, และ Design Hotels จากนั้น Marriott International ได้เข้าซื้อทั้งเครือด้วยมูลค่า 13,600 ล้านดอลลาร์ในปี 2015

ที่มา – Marriott

No Description

ภาพโรงแรม Luxury Collection Resort โดย costanavarino

ยังโชว์ 5G ไม่ครบ, AIS ประเทศทดสอบคลื่น 26GHz ธันวาคมนี้ ความเร็วอย่างน้อย 16Gbps

หลังจาก AIS ทดสอบ 5G เชิงอุตสาหกรรมไปแล้ว ตอนนี้ก็ประกาศทดสอบความเร็วดาวน์โหลดสำหรับคลื่น mmWave ย่าน 26GHz บนโทรศัพท์มือถือต้นแบบในเดือนธันวาคมนี้

จุดสำคัญของคลื่น mmWave คือความเร็วที่สูงมาก ทาง AIS ระบุว่าความเร็วเริ่มต้นน่าจะอยู่ที่ 16Gbps

นอกจากโทรศัพท์ต้นแบบแล้วจะมีการนำเทอร์มินัลแบบอื่นมาทดสอบด้วยเช่นกัน

ที่มา – จดหมายข่าว AIS

เอไอเอส เดินหน้าสาธิต 5G ต่อ ท้าสัมผัสความเร็วอย่างน้อย 16 Gbps

(30 พฤศจิกายน 2561) เอไอเอส เดินหน้าสาธิตเทคโนโลยี 5G ต่อเนื่อง หลังจับมือโนเกีย โชว์ 5 รูปแบบการนำ 5G มาประยุกต์ใช้ แสดงพลังของเทคโนโลยีอนาคตให้เห็นเป็นรูปธรรม สร้างแรงบันดาลใจในการประยุกต์ใช้แก่หลากหลายอุตสาหกรรม ล่าสุด เตรียมโชว์ Speed 5G แบบจัดเต็ม ยืนยันเริ่มต้นที่ 16 Gbps

นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ เอไอเอส กล่าวว่า “การสาธิตเทคโนโลยี 5G ครั้งนี้ เราได้รับอนุมัติคลื่นความถี่ย่าน 26 GHz จาก กสทช. ให้นำคลื่นความถี่มาทำการสาธิตในสภาวะแวดล้อมเสมือนจริง ทั้งการใช้อุปกรณ์ที่มี Handset 5G ต้นแบบ รวมถึง Terminal หลายรูปแบบ ซึ่งจะทำให้ผลลัพธ์ที่ได้เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติมากกว่าและเห็นภาพการมอบประสบการณ์จริงไปยังผู้บริโภคได้ชัดเจนกว่า การทดลองในห้องแล็บที่ไม่ได้อยู่ในสภาพแวดล้อมจริง”

“ซึ่งการเริ่มต้นทำงานกับโนเกียช่วงที่ผ่านมา ถือว่าทำให้เห็นภาพการประยุกต์ใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรมชัดเจนยิ่งขึ้น ดังนั้นในการเตรียมสาธิต เราจึงมุ่งเน้นที่การแสดงความเร็วเครือข่าย 5G หรือ Super Speed เพื่อเจาะลึกในองค์ประกอบว่า ความเร็วของ 5G จะสามารถทำได้ถึงระดับใด และจะเกิดประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในลักษณะใดได้บ้าง โดยคาดว่าครั้งนี้เราจะสามารถโชว์ความเร็วของ 5G ได้ถึงระดับเริ่มต้นที่ 16 Gbps หรือมากกว่าอย่างแน่นอน”
เตรียมสัมผัสประสบการณ์เทคโนโลยีอนาคต 5G จากเอไอเอส และพันธมิตรได้ใน ธันวาคม ศกนี้

No Description

Topics: 

QNAP เปิดตัวสตอเรจแบบไร้พัดลม ช่อง 3.5 นิ้ว hotswap 2 ช่อง, M. 2 ช่อง พร้อมแลน 10Gbps

QNAP เปิดตัวสตอเรจรุ่นใหม่ HS-453DX ใช้ซีพียู Intel J4105 โดยจุดเด่นสำคัญคือช่องสตอเรจมากเป็นพิเศษ ทั้งช่อง 3.5 นิ้วสำหรับฮาร์ดดิสก์หรือ SSD แบบ hotswap 2 ช่อง และช่อง M.2-2280 อีก 2 ช่อง

นอกจากช่องสตอเรจแล้ว ยังมีแลนอีก 2 ช่องแบบ 10Gbps และ 1Gbps อย่างละช่อง, พอร์ต USB-C 3.0, USB 3.0 2 ช่อง, USB 2.0 2 ช่อง, พอร์ต HDMI 1.4b และ 2.0 อย่างละช่อง รองรับรีโมต QNAP RM-IR004

ตัวเครื่องใช้ลินุกซ์ QTS ของทาง QNAP เอง ราคายังไม่แจ้ง

ที่มา – QNAP

No Description

No Description

Topics: 

Apple ออกเคส iPhone และสาย Apple Watch 3 สีใหม่ แต่ก็ยังไม่มีเคสสำหรับ iPhone XR อยู่ดี

แอปเปิลออกอุปกรณ์เสริม เคสซิลิโคนสำหรับ iPhone XS และ XS Max รวมทั้งสาย Apple Watch Sport Band สามสีใหม่ ได้แก่สี ชมพูฮิบิสคัส, เหลืองเมลโลว์ และเขียวแปซิฟิก นอกจากนี้ยังเริ่มขายสายแบบ Nike Sport Loop และเพิ่มเติมสีใหม่ ๆ สำหรับสาย Nike Sport Band ด้วย

ราคาขายสำหรับเคสซิลิโคน อยู่ที่ 1,590 บาท สำหรับ iPhone XS และ 2,290 บาท สำหรับ iPhone XS Max ส่วนสาย Apple Watch ราคา 1,900 บาท ทุกแบบที่ออกมาใหม่

อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่าจนถึงตอนนี้ แอปเปิลก็ยังไม่มีเคสสำหรับ iPhone XR ซึ่งเป็น iPhone รุ่นขายดีที่สุดของปีนี้ออกมา โดยก่อนหน้านี้มีข่าวว่าแอปเปิลจะทำเคสแบบใสขายเป็นครั้งสำหรับ iPhone XR ผู้ที่ซื้อ iPhone XR ที่อยากใช้เคสของแอปเปิล ตอนนี้ก็คงต้องหาเคสเจ้าอื่นมาใช้ไปก่อน

ที่มา: 9to5Mac

alt="iPhone"

รวมรีวิว Pixel Slate แท็บเล็ตกูเกิล จอคมชัด, แบตอึด แต่ยังมีข้อจำกัดเหมือน iPad และแพง

สื่อต่างประเทศหลายแห่งเริ่มปล่อยรีวิว Pixel Slate แท็บเล็ต Chrome OS ตัวใหม่จากกูเกิล ประเด็นที่ได้รับคำชมคือหน้าจอที่สวยงาม คมชัด (เป็นจอแบบใหม่ที่กูเกิลเรียกว่า Molecular Display ความละเอียด 3000 x 2000 พิกเซล, 293 ppi)

No Description

รีวิวของ The Verge ระบุว่า Pixel Slate มีขนาดใกล้เคียงกับ iPad Pro 2018 ขนาด 12.9 นิ้ว เมื่อรวมคีย์บอร์ด Pixel Slate Keyboard น้ำหนักเพิ่มมากขึ้น แต่โดยรวมยังเบากว่า Pixelbook ขณะที่พอร์ต USB-C ที่ให้มาสองพอร์ตสามารถเสียบสายชาร์จ USB-C และเสียบสายหูฟังที่เป็น USB-C ได้พร้อมกัน

เรื่องแบตเตอรี่ของ Pixel Slate เว็บไซต์ Androd Central ระบุว่าสามารถใช้งานได้นานสูงสุดถึง 12 ชั่วโมง มีสายชาร์จที่ให้กำลังไฟ 45 วัตต์ สามารถชาร์จ 15 นาทีใช้งานได้ 2 ชั่วโมง

ประเด็นเรื่องของ Chrome OS ยังเป็นปัญหาสำหรับการรันแอพจาก Android เนื่องจากบางแอพยังไม่สามารถใช้งานในโหมดแนวนอนได้ เช่น Instagram เป็นต้น

ส่วนปากกา Pixelbook Pen เขียนได้ไหลลื่น, อาศัยแบตเตอรี่แบบ AAAA, มีปุ่มที่ตัวปากกาเพื่อเรียกใช้ Google Assistant, ตัวปากกาไม่มีแม่เหล็กสำหรับติดกับแท็บเล็ต และ Android Authority ชี้ว่าแม้ปากกา Pixelbook Pen จะเป็นเครื่องมือที่ดีสำหรับขีดเขียน แต่ก็ไม่มีผลอะไรหากไม่ได้ซื้อมาใช้ และใช้ได้กับเฉพาะ Pixel Slate เท่านั้น

No Description

นอกจากนี้ Pixel Slate ยังไม่สามารถแนบไฟล์ด้วยวิธีลากไฟล์ประเภท JPEG หรือไฟล์อื่นๆ มาวางไว้บนหน้าเดสก์ทอปของ Pixel Slate ได้ ต้องใช้การลากวางไฟล์ไปยังโฟลเดอร์ My File หรือ Google Drive เท่านั้น และไม่รองรับ SD Card ใดๆ นับเป็นข้อจำกัดที่เหมือน iPad ด้วย

เรื่องของราคาและความคุ้มค่า รีวิวส่วนใหญ่มองว่า Pixel Slate มีราคาแพงเริ่มตั้งแต่ 599 ดอลลาร์ (Celeron) ดอลลาร์ ซึ่งเป็นชิป Celeron ไปจนถึง 1,599 ดอลลาร์ ในรุ่น Core i7 และ Pixelbook Pen กับ Pixel Slate Keyboard ที่ต้องซื้อแยกอีกด้วย

คะแนนรีวิว

  • The Verge 5.5/10
  • Android Central 4/5
  • WIRED 7/10

ที่มา : WIRED, Android Authority, Android Central, The Verge, ภาพจาก Google

AWS เปิดตัว App Mesh บริการ Service Mesh สำหรับมอนิเตอร์ Microservices

เทคโนโลยีที่กำลังมาแรงในโลก container ตอนนี้คือ service mesh ซึ่งเป็นเลเยอร์ของซอฟต์แวร์ที่มอนิเตอร์และควบคุมไมโครเซอร์วิสอีกทีหนึ่ง ฝั่งของกูเกิลมีความชัดเจนว่าผลักดัน Istio โดยเตรียมผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ Google Kubernetes Engine (GKE) แล้ว

ด้าน AWS ในฐานะผู้ให้บริการคลาวด์หมายเลขหนึ่งของโลก ก็ตอบรับความต้องการนี้ด้วยบริการใหม่ชื่อ App Mesh

AWS App Mesh พัฒนาขึ้นบน Envoy เซอร์วิสพร็อกซี ที่สร้างโดย Lyft และปัจจุบันเป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สภายใต้มูลนิธิ Cloud Native Computing Foundation แถมยังเป็นส่วนหนึ่งของ Istio ด้วยเช่นกัน อธิบายง่ายๆ คือทั้ง Istio และ App Mesh ต่างใช้ Envoy เป็นส่วนประกอบ แต่พัฒนาส่วนอื่นๆ เพิ่มเติมเอง

No Description

Amazon ให้เหตุผลที่เลือกใช้ Envoy ว่าต้องการใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่คนใช้แพร่หลายอยู่แล้ว เพื่อความเข้ากันได้กับ ecosystem แต่ก็เขียนส่วนควบคุมเพิ่มเอง บวกกับการเชื่อมบริการอื่นๆ ในเครือ AWS เช่น Amazon CloudWatch, AWS X-Ray

App Mesh สามารถใช้งานได้ทั้งบน Amazon Elastic Container Service (Amazon ECS), Amazon Elastic Container Service for Kubernetes (Amazon EKS) และเครื่องที่รัน Kubernetes บน EC2 ตามปกติ ตอนนี้ App Mesh ยังมีสถานะเป็นรุ่นพรีวิว และมีเป้าออกรุ่นจริงในปี 2019

ที่มา – AWS, AWS Blog

Netflix ยกเลิกไม่ฉาย Daredevil ซีซั่น 4 ส่งสัญญาณจุดจบซีรีส์ Marvel บน Netflix

ปัจจุบันบน Netflix มีทีวีซีรีส์ของ Marvel ฉายหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น Iron Fist, Luke Cage, Jessica Jones, The Punisher, Defender และ Daredevil แต่ล่าสุด Netflix ออกมายืนยันว่า Daredevil ซีซั่น 4 จะไม่กลับมาฉายบน Netflix แล้ว

Daredevil ไม่ใช่ Marvel เรื่องแรกที่ Netflix ยกเลิกการฉายในซีซั่นถัดไป แต่ยังมี Iron Fist และ Luke Cage ที่ยกเลิกไปก่อนหน้าแล้ว เป็นการส่งสัญญาณกลายๆ ว่า เนื้อหา Marvel จะลดบทบาทบน Netflix

ส่วนอนาคตของทีวีซีรีส์ Marvel จะไปอยู่ที่ไหนนั้น ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าจะมาอยู่ที่ Disney+ สตรีมมิ่งใหม่ของดิสนีย์ที่กำลังจะเปิดตัว อย่างไรก็ตาม ผู้ชมยังคงดู Daredevil 3 ซีซั่นแรกบน Netflix ได้เหมือนเดิม

No Description
ภาพจาก Daredevil บน Facebook

ที่มา – Cnet

Topics: 

Apple ถอดแอปกว่า 700 แอป ออกจาก App Store เหตุละเมิดกฎมีการอัพเดตภายในแอป โดยไม่ผ่าน App Store

มีรายงานว่าแอปเปิลได้ถอดแอปมากกว่า 700 แอป ออกจาก App Store ของจีนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งมีแอปจากผู้พัฒนารายใหญ่มีผู้ใช้งานจำนวนมากรวมอยู่ด้วย อาทิ Sogou หนึ่งในเสิร์ชเอ็นจินรายใหญ่ของจีน และ Pinduoduo อีคอมเมิร์ซที่กำลังมาแรง

เหตุผลที่แอปเปิลแจ้งกับผู้พัฒนาคือแอปกลุ่มดังกล่าว ละเมิดกฎของ App Store โดยมีการออกอัพเดตฟีเจอร์ใหม่ของซอฟต์แวร์ภายในแอป ซึ่งไม่ได้รับอนุญาตจากแอปเปิล ที่ตามปกติต้องทำผ่านกระบวนการของ App Store ทั้งนี้แอปเปิลได้แจ้งผู้พัฒนาเหล่านี้ตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว แต่การตัดสินใจถอดแอปเพิ่งเริ่มขึ้นสัปดาห์นี้ ทั้งนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าแอปเปิลจะให้แอปกลุ่มดังกล่าวกลับสู่ App Store ได้เมื่อใดและอย่างไร

จีนซึ่งถือเป็นตลาดสำคัญของ App Store แต่แอปเปิลเองก็มีท่าทีชัดเจนในการควบคุมแอปของที่นี่แตกต่างจากภูมิภาคอื่น ก่อนหน้านี้ก็มีการถอดแอป VPN ออกชุดใหญ่ เนื่องจากเหตุผลทางกฎหมาย

ที่มา: The Telegraph

alt="App Store"