NVIDIA สร้างปัญญาประดิษฐ์เติมเฟรมให้วิดีโอกลายเป็นวิดีโอสโลโมชั่น

NVIDIA สร้างโมเดล deep learning ที่สามารถเติมเฟรมให้กับวิดีโอจนกลายเป็นวิดีโอสโลโมชั่น เปิดทางการอัดวิดิโอธรรมดาแล้วมาสร้างเป็นวิดิโดสโลโมชั่นภายหลัง โดยไม่ต้องเสียพื้นที่จัดเก็บวิดีโอขนาดใหญ่

ข้อมูลเริ่มต้นใช้วิดีโอที่อัดมาที่ 240 เฟรมต่อวินาที จำนวน 11,000 ชุด มาฝึก

โมเดลของ NVIDIA มีจุดเด่นคือสามารถสร้างเฟรมแทรกกลางระหว่างเฟรมได้จำนวนมากๆ ทำให้สามารถทำให้วิดีโอช้าลง จาก 30 เฟรมต่อวินาทีกลายเป็นช้าลง 8 เท่าเป็น 240 เฟรมต่อวินาทีได้เลย

ที่มา – NVIDIA

Apple Maps เตรียมยกเครื่องใหม่ทั้งหมด ใช้วิธีเก็บข้อมูลเอง เริ่มมีผลตั้งแต่ปีหน้า

ผลิตภัณฑ์หนึ่งที่แอปเปิลเปิดตัวมานานแล้ว แต่ดูเหมือนยังไม่นิยมกันนักแม้แต่ในกลุ่มผู้ใช้ iOS ก็คือบริการแผนที่ Apple Maps ซึ่งมีมาตั้งแต่ iOS 6 แอปเปิลเองก็ทราบปัญหานี้ และล่าสุดก็ออกมาเปิดเผยเองว่าจะยกเครื่อง Apple Maps โดยนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด

เว็บไซต์ TechCrunch ได้สัมภาษณ์พิเศษ Eddy Cue รองประธานอาวุโสฝ่ายบริการและอินเทอร์เน็ตของแอปเปิล ซึ่งตอนนี้รับผิดชอบ Apple Maps ด้วย ตลอดจนทีมงานที่เกี่ยวข้อง โดยบอกว่าที่ผ่านแอปเปิลรับฟังปัญหาทั้งหมด นับตั้งแต่ Apple Maps เปิดตัว และแอปเปิลก็ลงทุนต่อเนื่องเพื่อปรับปรุง Maps ให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา

alt="Apple Maps"

Cue ยอมรับว่า Apple Maps นั้นวางแนวคิดตั้งต้น ให้เป็นแอพบอกเส้นทาง ในการเดินทางไปยังจุดหมายที่ต้องการเป็นหลัก แต่ความต้องการและคาดหวังของผู้ใช้งานมีมากกว่านั้นมาก แอปเปิลจึงต้องปรับปรุงแผนที่ โดยเริ่มจากการเก็บข้อมูลเองใหม่ทั้งหมด

ที่ผ่านมาแอปเปิลใช้ข้อมูลแผนที่จากผู้ให้บริการรายอื่น อาทิ TomTom, OpenStreetMap ฯลฯ แล้วสร้างขึ้นเป็นระบบแผนที่ของตนเอง ซึ่งทำให้มีข้อจำกัด เมื่อต้องการสร้างฟังก์ชันใหม่ ๆ ทีมงานของ Apple Maps จึงเริ่มวางแผนตั้งแต่ 4 ปีที่แล้ว ว่าอยากได้ต้องทำเองต้องเก็บข้อมูลแผนที่เอง

แอปเปิลเก็บข้อมูลแผนที่เองอย่างไร

ข้อมูลแผนที่ซึ่งแอปเปิลเก็บเองนั้นมาจาก 2 ช่องทางหลัก อย่างแรกคือใช้ใช้รถยนต์ติดตั้งอุปกรณ์รอบคันเหมือนรถ Google Maps ซึ่งแอปเปิลเริ่มทำตั้งแต่ปี 2015 ภายในมี iPad แสดงหน้าจอซอฟต์แวร์เก็บข้อมูลแผนที่ ส่วนภาพถ่ายจากกล้องรอบรถถูกเก็บไว้ใน Mac Pro ที่วางไว้บนพื้นรถ

แอปเปิลยังเผยวิธีการจัดการข้อมูลและความเป็นส่วนตัว โดยภาพทั้งหมดที่ถูกบันทึก จะเข้ารหัสทันทีลงโซลิดสเตตไดรฟ์ใน Mac Pro แล้วนำเครื่องทั้งหมดส่งที่ศูนย์ข้อมูลของแอปเปิล จากนั้นศูนย์ข้อมูลจะถอดรหัสด้วยกุญแจที่ตรงกับรถคันนั้น นำภาพทั้งหมดผ่านซอฟต์แวร์เพื่อลบข้อมูลส่วนตัว เช่น ใบหน้าคน, ทะเบียนรถ ฯลฯ ทำให้ไม่มีใครสามารถเข้าถึงข้อมูลตั้งต้นได้

alt="Apple Maps Van"

อีกช่องทางที่แอปเปิลเก็บข้อมูลแผนที่เองก็คือผู้ใช้ iOS นั่นเอง ซึ่งแอปเปิลก็วิธีรักษาสมดุลกับความเป็นส่วนตัวที่แอปเปิลย้ำมาตลอด โดยอย่างแรกผู้ใช้ต้องกดยอมรับว่าแอปเปิลจะเก็บข้อมูลในครั้งแรกที่ใช้งาน (ถ้าเผลอเปิด แต่ไม่ต้องการให้เก็บก็ปิดได้ใน Settings > Privacy > Location Services > Maps > Never) ซึ่งเหตุผลที่ต้องใช้ข้อมูลจากผู้ใช้ iOS ด้วย ก็เพราะแอปเปิลจะได้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบันมากที่สุด โดยเฉพาะสภาพการจราจร และการปิดเส้นทาง

ทีมดูแลข้อมูลของ Apple Maps ยกตัวอย่างวิธีเก็บข้อมูล เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวผู้ใช้งาน ตัวอย่างเช่น เมื่อผู้ใช้ขอเส้นทางจาก A ไป B แอปเปิลก็จะเก็บข้อมูลการขับรถเฉพาะระหว่างทางเท่านั้น ไม่เก็บในช่วงแรกที่ออกจาก A ไปช่วงใกล้ถึง B และข้อมูลนี้ก็ถูกเข้ารหัสไว้ไม่ให้ย้อนกลับไปได้ว่ามาจาก Apple ID ใด

นอกจากการเก็บข้อมูลเข้ามาด้วยวิธีการต่าง ๆ การปรับปรุงพิกัดที่อยู่ให้แม่นยำ แอปเปิลยังมีการใช้คนตรวจสอบขั้นสุดท้ายก่อนยืนยันสถานที่ อาคาร ถนน ทางเข้า ทางออก และข้อมูลสำคัญต่าง ๆ อีกด้วย

แต่ทั้งหมดก็เป็นเพียงการเริ่มต้นเล็ก ๆ

Eddy Cue บอกว่าเป้าหมายสูงสุดของ Apple Maps คือการปรับปรุงต่อเนื่องและหวังว่าจะเป็นแอพแผนที่ดีที่สุดในโลก ข้อมูลที่แอปเปิลเริ่มต้นเก็บใหม่ทั้งหมดนี้ จะปรากฏครั้งแรกใน iOS 12 beta สัปดาห์หน้า หน้าตาการใช้งานจะยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่ข้อมูลที่ใช้จะเป็นข้อมูลใหม่ และอิงกับข้อมูลเก่าน้อยลง

อย่างไรก็ตามข้อมูลแผนที่ใหม่นี้จะมีจำกัดเฉพาะในพื้นที่ Bay Area ก่อนแล้วจึงขยายพื้นที่ต่อในอนาคต ซึ่งข่าวร้ายก็คือแอปเปิลจะทำให้ครอบคลุมทั้งอเมริกาก่อนภายในปีหน้า ส่วนพื้นที่อื่นแอปเปิลไม่ได้บอกว่าเมื่อใด

alt="Apple Maps"

ที่มา: TechCrunch, ภาพรถยนต์ Apple Maps จาก @alexrkonrad

Topics: 

NSA ลบข้อมูลโทรศัพท์ทั้งหมดที่ได้รับมาตั้งแต่ปี 2015 หลังพบว่าได้ข้อมูลเกินกว่าที่ได้รับอนุญาต

NSA ประกาศว่าเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาได้ลบข้อมูลรายการโทร (call detail records – CDR) ที่ได้รับมาตั้งแต่ปี 2015 ออกไปจากฐานข้อมูลแล้ว หลังจากพบว่าได้รับข้อมูลเกินกว่าที่ได้รับอนุญาต

โดยปกติ NSA จะขออนุญาตการรับ CDR จากผู้ให้บริการโทรศัพท์ ตามคำสั่งศาล FISA อย่างไรก็ตาม NSA พบว่าข้อมูลบางรายการเป็นข้อมูลที่เกินกว่าที่ศาลอนุญาต และการแยกข้อมูลทีละรายการออกจากกันนั้นยุ่งยากเกินไป ทาง NSA จึงตัดสินใจลบข้อมูลทิ้งออกทั้งหมด 685 ล้านรายการ แล้วเริ่มต้นใหม่กับซอฟต์แวร์ใหม่ที่ไม่มีบั๊ก

ทาง NSA ระบุว่าแจ้งความผิดพลาดนี้ให้กับผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ ( Director of National Intelligence – DNI), กรรมการข้อมูลส่วนบุคคลและเสรีภาพประชาชน, ตลอดจนกระทรวงยุติธรรมเรียบร้อยแล้ว

เหตุการณ์ที่ NSA รับข้อมูลเกินกว่าที่ได้รับอนุญาตเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้หลายครั้ง ตัวคำสั่งที่เปิดให้ NSA เลือกเก็บข้อมูลก็ไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะว่า NSA มีสิทธิ์เก็บข้อมูลอะไรบ้าง โฆษก NSA ยืนยันว่าไม่เคยเก็บเนื้อหาการโทรศัพท์, ชื่อที่อยู่ของผู้โทร, ข้อมูลทางการเงิน, หรือข้อมูลตำแหน่งอย่างหยาบ (cell site), หรือตำแหน่งอย่างละเอียด (GPS)

ที่มา – Japan Times, NSA

No Description

ภาพโดย Free-Photos

Topics: 

สิ่งที่รอคอย AD เคสมือถือติดเซ็นเซอร์และสปริง ทำตก เครื่องก็ไม่กระแทกพื้น

เชื่อว่าหลายคนที่ซื้อมือถือไม่ว่ารุ่นใดก็ตาม ย่อมต้องหาอุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันในกรณีตกหล่น เช่น ติดฟิลม์และใส่เคสกันกระแทก เป็นต้น แต่วิธีเช่นนี้อาจจะดูเชยไปเสียแล้ว

Philip Frenzel นักศึกษาจากมหาวิทยาลัย Aalen ในเยอรมัน ได้คิดค้นเคสมือถือแบบใหม่ เรียกว่า AD (Active Damping) มีเซ็นเซอร์ในตัวที่คอยตรวจจับการเคลื่อนไหวของมือถือในระหว่างที่กำลังจะหล่นพื้น และหลังจากนั้นสปริงที่มีความยืดหยุ่น ซึ่งติดอยู่ทั้งสี่มุมของเคสจะเด้งออกมาอย่างรวดเร็วโดยอัตโนมัติเป็นตัวรับแรงกระแทกแทนมือถือ แต่สปริงที่เด้งออกมาแล้วจะต้องดันกลับเองด้วยมือเท่านั้น (ชมวีดีโอได้ที่ท้ายข่าว)

น่าสนใจว่าเคสมือถือดังกล่าวหากตกพื้นที่มีผิวขรุขระจะยังสามารถใช้งานได้ปกติเหมือนการทดสอบกับพื้นผิวเรียบหรือไม่ อย่างไรก็ตามสิ่งประดิษฐ์นี้ก็ได้รับการจดสิทธิบัตรเรียบแล้ว ส่วนจะมีการพัฒนาจนออกวางขายหรือไม่ คงต้องติดตามครับ

ที่มา : BGR, Gizmodo

No Description

พรางตัวขั้นสุด เบราว์เซอร์ Brave ผนวกฟีเจอร์ท่องเว็บผ่าน Tor แบบไม่ต้องลงอะไรเพิ่ม

Brave เว็บเบราว์เซอร์ที่เน้นการบล็อคโฆษณาและความเป็นส่วนตัว (ก่อตั้งโดยอดีตผู้บริหาร Mozilla) เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ที่ยกระดับ Private Tab ไปอีกขั้น ด้วยการเพิ่ม Tor เข้ามาอีกชั้น เพื่อความเป็นส่วนตัวขั้นสูงสุด

ฟีเจอร์นี้เรียกว่า Private Tabs with Tor ยังมีสถานะเป็นรุ่นเบต้าใน Brave เวอร์ชันล่าสุด 0.23 จุดเด่นคือการผนวกเอา Tor เข้ามาในเบราว์เซอร์โดยตรง ไม่ต้องลงส่วนขยายใดๆ เพิ่มเติม ช่วยให้ผู้ใช้ป้องกันร่องรอยของตัวเองไม่ให้ ISP หรือผู้ให้บริการ Wi-Fi รู้ว่าเราเป็นใคร

Private Tabs with Tor เป็นทางเลือกหนึ่งของผู้ใช้นอกเหนือจาก Private Tabs ของเดิม การค้นหาในโหมดนี้จะใช้ DuckDuckGo ซึ่งเป็นเครื่องมือค้นหาที่คำนึงเรื่องความเป็นส่วนตัวสูง แต่ผู้ใช้ก็สามารถเปลี่ยนเองได้ถ้าต้องการ

ที่มา – Brave

No Description

Topics: 

หลุดข้อมูล Surface Andromeda รุ่นพกพาสะดวก พับจอได้ มีปากกาใช้จดโน้ต

ก่อนหน้านี้มี ข่าวลือของอุปกรณ์รหัส Andromeda จากไมโครซอฟท์ ออกมาเป็นพักๆ ล่าสุดเว็บไซต์ The Verge อ้างว่าได้เอกสารภายในของไมโครซอฟท์ที่หลุดออกมา พบว่ามันคืออุปกรณ์ Surface แบบพกพาที่พับจอได้

Andromeda ยังมีสถานะเป็นโครงการทดลองภายในบริษัท ที่อาจจะออกหรือไม่ออกเป็นผลิตภัณฑ์จริงก็ได้ มันถือเป็นอุปกรณ์ชนิดใหม่ที่เป็นลูกผสมระหว่างพีซีกับอุปกรณ์พกพา ไมโครซอฟท์ใช้คำว่า pocketable Surface device และบอกว่ามันเป็นอุปกรณ์ “ส่วนตัว” ที่ตอบโจทย์การใช้งานหลากหลาย

ตามข่าวบอกว่ามันใช้จอภาพแบบโค้งบริเวณฝาพับ สามารถกางออกมาเป็นได้เหมือนสมุด มีปากกาให้ใช้งาน และมีแอพด้านจดโน้ตมาให้ด้วย อุปกรณ์ต้นแบบใช้ซีพียู ARM แต่ยังไม่ชัดเจนว่าถ้าออกเป็นสินค้าจริงจะเปลี่ยนมาเป็น x86 หรือไม่

ก่อนหน้านี้ ไมโครซอฟท์เคยมีโครงการ Surface Mini ที่ได้รับการยืนยันว่ายกเลิกไป แต่ก็เคยมีภาพหลุดออกมาบ้าง

ที่มา – The Verge

ภาพ Surface Laptop ของไมโครซอฟท์

No Description

Lenovo เปิดราคาเกมมิ่งพีซี Legion Y730/Y530 พร้อม Yoga 530 และ IdeaPad 530s

เลอโนโว ประเทศไทย เปิดตัวเกมมิ่งพีซีตระกูล Legion รุ่นใหม่ Y730/Y530/T530 พร้อม Yoga 530 โน้ตบุ๊คพับจอได้ และ IdeaPad 530 เน้นใช้งานได้ทุกที่

Legion Y730 และ Y530

เกมมิ่งโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ ตัวเครื่องทำจากอลูมิเนียม เพิ่มความบาง ใช้ซีพียู Intel Core 8th Gen ช่องระบายความร้อนแบบ dual-channel, จีพียู GTX 1050 / 1050 Ti

อ่านสเปกเพิ่มเติมได้จาก Lenovo เปิดตัว Legion Y730 และ Y530 เกมมิ่งแล็ปท็อปที่บางมากขึ้น ราคาเริ่มต้นที่ 929.99 ดอลลาร์

No Description

นอกจาก Legion Y730 และ Y530 ยังมีสินค้าอื่นๆ ที่นำมาโชว์ดังนี้

Lenovo Legion T530
  • ซีพียู Intel Core 8th Gen
  • Windows 10
  • แรมอัพเกรดได้สูงสุด 32GB DDR4 พ่วงมากับ Intel Optane
  • SSD PCle อัพเกรดได้สูงสุด 256GB / HDD 2TB
  • จีพียู NVIDIA GeForce GTX อัพเกรดได้ถึง 1060 และรุ่นถัดไป
  • ลำโพง Harman ระบบเสียง Dolby Atmos
  • สี Raven Black
Lenovo Yoga 530
  • หน้าจอทัชสกรีนแบบพับได้ขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD
  • ซีพียู Intel Core 8th Gen Core i7
  • จีพียู GeForce MX 130
  • รองรับ Lenovo Active Pen
  • ระบบเสียง Dolby Audio
Lenovo IdeaPad 530s
  • ตัวเครื่องหนา 16.4 มม. น้ำหนัก 1.49 กก.
  • หน้าจอขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD
  • ซีพียู Intel 8th Gen
  • จีพียู GeForce MX150
  • ลำโพง Harman ระบบเสียง Dolby Audio
  • พอร์ท USB Type-C 3.1, USB 3.0, HDMI, Card Reader 4-in-1

นอกจากนี้ Lenovo ยังเปิดตัวคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะแบบ All-in-One สองรุ่น ได้แก่ IdeaCentre All-in-One 330 ใช้ซีพียู Intel Celeron / Pentium และอีกรุ่นเป็น IdeaCentre All-in-One 730S ซีพียู Intel 8th Gen Core i7, แรม 16GB, หน้าจอขนาด 23.8 นิ้ว ความละเอียด Full HD

อุปกรณ์ทั้งหมดจะเริ่มวางขายประมาณเดือนกรกฎาคมนี้ ส่วนราคายังไม่มีการเปิดเผยออกมาในเวลานี้

No Description

No Description

No Description

No Description

[ไม่ยืนยัน] หุ้นไอพีโอ Xiaomi ราคาไม่แรง มูลค่ากิจการอาจได้เพียงครึ่งเดียวของที่หวังไว้

Xiaomi มีแผนนำหุ้นบริษัทไอพีโอเข้าตลาดหุ้นฮ่องกง และระดมทุนอีกทางในตลาดหุ้นจีนด้วยเกณฑ์ CDR ซึ่งเดิมมีรายงานว่า Xiaomi ต้องการระดมทุนให้ได้ 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะทำให้มูลค่ากิจการตามราคาหุ้น หรือ Market Cap อยู่ราว 1 แสนล้านดอลลาร์ แต่ดูเหมือนหลังจากโรดโชว์เสนอขายหุ้นเบื้องต้น Xiaomi อาจจะไม่ได้มูลค่าที่ต้องการ

Bloomberg รายงานว่า Xiaomi ได้เริ่มนำเสนอข้อมูลหุ้นเบื้องต้นผ่านนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่ กำหนดราคาขายหุ้นละ 17-22 ดอลลาร์ฮ่องกง แต่หลังจากรับข้อเสนอและความคิดเห็นแล้ว ก็สรุปว่าจะขายหุ้นที่ราคาหุ้นละ 17 ดอลลาร์ฮ่องกง ซึ่งเป็นราคาต่ำสุดในช่วงราคาที่เสนอ ทำให้บริษัทจะระดมทุนได้ราว 4,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น และมูลค่ากิจการก็จะอยู่ราว 54,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นักวิเคราะห์จาก Counterpoint Research ให้ความเห็นว่า Xiaomi ถูกกดมูลค่ากิจการลง เนื่องจากบริษัทประกาศกลยุทธ์ชัดเจนว่าหากบริษัทสามารถทำกำไรได้ (ตอนนี้ยังขาดทุน) ก็จะรักษาอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ให้ไม่เกิน 5% ซึ่งในมุมมองนักลงทุนเห็นว่า หากบริษัทต้องการขยายกิจการไปทั่วโลก จำเป็นต้องทำกำไรเยอะ ๆ เพื่อให้มีเงินสดตุนในมือให้มากสำหรับลงทุนเพิ่มเติม

รายงานยังบอกว่านักลงทุนชื่อดังที่ Xiaomi ได้นำเสนอหุ้นไอพีโอ และต่างสนใจซื้อหุ้น มีทั้ง Li Ka-shing มหาเศรษฐีฮ่องกง, Jack Ma Yun ผู้ก่อตั้ง Alibaba, Pony Ma Huaten ผู้ก่อตั้ง Tencent และ George Soros

ที่มา: South China Morning Post และ Bloomberg

alt="Xiaomi"

Topics: 

WhatsApp เพิ่มคุณสมบัติใหม่ สร้างกลุ่มที่มีเพียงแอดมินส่งข้อความหาคนในกลุ่มได้

WhatsApp ประกาศเพิ่มคุณสมบัติใหม่สำหรับห้องกลุ่ม โดยผู้ดูแลหรือ Admin สามารถเลือกตั้งค่าของกลุ่มให้มีเพียงแอดมินเท่านั้นที่ส่งข้อความเข้าไปในกลุ่มได้

ประโยชน์ของกลุ่มประเภทนี้ ก็คือแทนที่จะเป็นการตั้งกลุ่มเพื่อพูดคุย ก็จะกลายเป็นการตั้งกลุ่มเพื่อแจ้งข่าวสารประกาศสำคัญเท่านั้น WhatsApp บอกว่าการตั้งค่ากลุ่มแบบนี้ เหมาะกับกลุ่มของโรงเรียน-คุณครู-ผู้ปกครอง ใช้แจ้งข่าวสาร ตลอดจนกลุ่มชุมชนหรือองค์กรต่าง ๆ

สามารถกำหนดค่านี้ได้โดยไปที่ Group Info เลือก Group Settings > Send Messages และเลือก Only Admins ซึ่งคุณสมบัตินี้ WhatsApp เปิดให้ใช้แล้วกับผู้ใช้งานทั่วโลก

ที่มา: WhatsApp

WhatsApp

Topics: 

Stuntronics หุ่นยนต์ผาดโผนที่จะโจนเหินหาวให้ดูเพลิน ผลงานการพัฒนาโดย Disney

Disney พัฒนาหุ่นยนต์แบบใหม่เพื่อการแสดงโชว์ผาดโผนชื่อว่า “Stuntronics” โดยหุ่นยนต์ที่ว่านี้มีความสามารถในการออกท่าทางต่างๆ ในขณะที่มันลอยตัวอยู่ในอากาศ ไม่ว่าจะเป็นการตีลังกาไปด้านหน้าหรือด้านหลัง รวมทั้งหมุนตัวบิดเกลียวก็ทำได้ โดยเป้าหมายของการพัฒนา Stuntronics นี้ก็เพื่อใช้เพื่องานแสดงในสวนสนุกหรือโชว์ต่างๆ ทดแทนนักแสดงที่เป็นคนจริงๆ เพื่อลดความเสี่ยงอุบัติเหตุของนักแสดง

หุ่น Stuntronics นี่ได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากผลงานวิจัยของทีม Disney Research ที่ชื่อว่า “Stickman” โดยพัฒนาจากรูปร่างแท่งที่มีข้อพับ 2 จุดของ Stickman ให้กลายมาเป็นหุ่นที่มีรยางค์แขนขาและส่วนลำตัวคล้ายร่างกายคนมากยิ่งขึ้นซึ่งก็ทำให้มีรอยต่อจุดหมุนข้อพับต่างๆ เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับกายวิภาคศาสตร์มนุษย์

การทดสอบ Stuntronics ในคลิปที่เผยแพร่ออกมานั้น ตัวหุ่นจะเกาะเชือกและโหนตัวด้วยเชื่อกนั้นแหวกอากาศก่อนจะปล่อยมือออก จากนั้นในขณะที่ตัวหุ่นลอยโดยอิสระกลางอากาศ มันก็จะจัดระเบียบร่างกายตัวเองและเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ เพื่อแสดงท่าการตีลังกา, การบิดตัว หรือออกท่าทางอื่นๆ ตามที่ใช้โปรแกรมกำหนดไว้

การเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของหุ่น Stickman แต่เดิมนั้นไม่ได้ทำด้วยวิธีการกำหนดเวลาไว้ล่วงหน้าว่าจะต้องขยับกลไกต่างๆ ในช่วงเสี้ยววินาทีไหน หากแต่มันจะทำเมื่อตรวจสอบเรื่องการหมุนตัวของหุ่น (ซึ่งรับรู้ได้จากไจโรมิเตอร์) รวมทั้งความสูงจากพื้น (โดยใช้เซ็นเซอร์วัดระยะด้วยเลเซอร์ 3 ตัว) เมื่อหุ่นยนต์รู้ว่าตนเองอยู่ตรงไหนและจัดวางตัวเองอยู่อย่างไรกลางอากาศ ก็จะสามารถสั่งการให้กลไกลการเคลื่อนไหวของรอยต่อข้อพับนั้นทำใได้ในจังหวะที่เหมาะสม ซึ่งจะสร้างแรงกระทำต่อตัวหุ่นให้สามารถหมุนตัวหรือตีลังกาได้ตามที่ออกแบบไว้ ซึ่งเมื่อมีการพัฒนา Stuntronics ขึ้นมาในภายหลังก็ได้นำเอาหลักการเดียวกันนี้มาใช้งานด้วย

หุ่น Stuntronics นี้จะถูกนำไปใช้งานในสวนสนุกเพื่อแสดงโชว์ต่างๆ ซึ่งอันที่จริงก็ต้องถือว่าเป็นสถานที่ที่อุดมไปด้วยหุ่นยนต์มากมายเป็นเวลานานมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นรูปจำลอง, หุ่น หรือตุ๊กตารวมทั้งกลไกการขยับของวัตถอื่นๆ ที่จัดแสดงไว้ในสวนสนุกเหล่านี้แทบทั้งหมดใช้การควบคุมด้วยระบบ animatromics ซึ่งแต่เดิมถือเป็นเทคนิคที่มีข้อจำกัดมากสำหรับการใช้งานกับหุ่นยนต์ที่มีรูปร่างแบบมนุษย์

Disney จึงได้พัฒนาหุ่นยนต์ที่สามารถแสดงอารมณ์และปรับเปลี่ยนสีหน้าได้ใกล้เคียงกับมนุษย์มากยิ่งขึ้น โดยวิดีโอหุ่นทีได้รับการออกแบบให้สามารถแสดงอารมณ์และเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของใบหน้าได้ใกล้เคียงกับมนุษย์จริงนี้ จะถูกนำไปใช้งานเพื่องานแสดงในพื้นที่ธีม Avatar

การพัฒนาหุ่น Stubtronics ของ Disneys นี้ อาจนำไปต่อยอดในธุรกิจการแสดงในภาพยนตร์หรือละครอื่นได้ด้วย เพราะหากมันจะทำงานแทนนักแสดงผาดโผนในสวนสนุกได้ ก็คงจะมีงานแสดงบางอย่างสำหรับภาพยนตร์หรือละคร ที่จะสามารถใช้หุ่นยนต์แสดงแทนนักแสดงได้จริงบ้างเช่นกัน

ที่มา – TechCrunch